มะเขือเทศ ควรทานอย่างไรได้ประโยชน์สูงสุด

0

มะเขือเทศ หรือ Tomato ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์มะเขือเทศคือ Lycopersicon Esculentum Mill มะเขือเทศเป็นผลไม้ ตามคำนิยามของหลักทางพฤกษศาสตร์ เพราะผลไม้คือส่วนของรังไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่ของพืชดอก ส่วน ผัก คือพืชที่กินได้ของพื่ชล้มลุก ไม่ว่าจะเป็น ราก ใบ ก้าน หัว หน่อ ดอก ซึ่งโดยปกติแล้วคนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่ามะเขือเทศคือผักเพราะนำไปใช้ประกอบอาหารกันเป็นส่วนใหญ่

มะเขือเทศ หรือ Tomato มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

 😆   ควรรับประทาน มะเขือเทศ สดหรือมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงอาหารแล้ว
ความเชื่อที่ว่าของสดดีกว่าของที่ปรุงแล้ว ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป   ในกรณีของมะเขือเทศเป็นหนึ่งในข้อยกเว้น  มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ความร้อนและกระบวนการต่างๆในการผลิตผลิตภัณฑ์มะเขือเทศยังทำให้ไลโคปีนเปลี่ยนรูปแบบ (จากไลโคปีนชนิด “ออลทรานส์”(all-trans-isomers)เป็นชนิด “ซิส”(cis -isomers)) คือ เป็นชนิดที่ละลายได้ดีขึ้น

ไลโคปีน (Lycopene)เป็นสารสำคัญที่พบได้ในผลมะเขือเทศ จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด พบไลโคปีนได้ใน มะเขือเทศ แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ เป็นต้นพบไลโคปีนในปริมาณตั้งแต่ 0.9 –9.30 กรัม ใน 100 กรัมของมะเขือเทศ โดยมีประสิทธิภาพจำเป็นแก่ร่างกายตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา ทำหน้าที่ปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคร้ายต่างๆ

 😆   มะเขือเทศสด และผลิตภัณฑ์ มะเขือเทศ ชนิดใดให้ไลโคปีนสูงกว่ากัน
โดยทั่วไป ปริมาณไลโคปีนในผลไม้และมะเขือเทศสดจะไม่แตกต่างกันมาก แต่เมื่อนำมะเขือเทศสดไปผ่านกระบวนการผลิตให้อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์มะเขือเทศชนิดต่างๆ พบว่าปริมาณไลโคปีนสูงขึ้นมาก เนื่องจากมีการผ่านกระบวนการทำให้เข้มข้นขึ้น ดังนั้น อาหารอิตาเลียน พวกพิซซ่า สปาเก็ตตี้ ที่มีการแต่งรสด้วยซอส หรือผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato paste) ที่ผลิตจากมะเขือเทศ จึงเป็นแหล่งให้ไลโคปีนที่ดี

 😆   สรรพคุณของ มะเขือเทศ
มะเขือเทศมีรสเปรี้ยวหวาน คุณสมบัติเย็นเล็กน้อย(เป็นหยิน) มีสรรพคุณดับร้อนถอนพิษ สงบตับ ทำให้เลือดเย็น แก้กระหายน้ำ ใช้รักษาโรคความดันเลือดสูง เลือดออกตามไรฟัน อาการคอแห้ง ปากขม เป็นไข้

 😆   ตำรับยา
1.เลือดออกตามไรฟัน ให้กินมะเขือเทศต่างผลไม้ เป็นเวลาติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ อาการดังกล่าวก็จะหายไป
2.อาหารไม่ย่อย ใช้มะเขือเทศคั้นน้ำ ครั้งละประมาณครึ่งแก้ว ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง
3.ปากเป็นแผล ใช้น้ำคั้นจากมะเขือเทศ อมครั้งละ 3-5 นาที วันละหลายๆครั้ง
4.เป็นไข้กระหายน้ำ ใช้น้ำคั้นจากมะเขือเทศและน้ำอ้อยอย่างละเท่าๆกัน ผสมรวมกันดื่มแทนน้ำ
5.ป้องกันโรคหวัดในฤดูร้อน ใช้มะเขือเทศที่ล้างสะอาดแล้ว หั่นเป็นแผ่นๆต้มน้ำแล้วดื่มต่างน้ำ จะช่วยป้องกันโรคหวัดได้
6.ความดันเลือดสูง หลังตื่นนอนแปรงฟันแล้วตอนท้องว่างให้กินมะเขือเทศ 1-2 ผลทุกวัน เป็นเวลา 15 วัน(1ช่วงของการรักษา) ถ้ายังไม่หายให้กินต่อไปอีก 15 วัน

 

 😆   สารเคมีที่พบ
ในมะเขือเทศมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น มีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเล็กน้อย มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก สารคาโรทีน กรดนิโคตินิก และยังมีวิตามินเอ บีหนึ่ง บีสอง และวิตามินซี รวมทั้งไลโคปีน

ไลโคปีน เป็นสารประกอบที่ได้รับความสนใจเนื่องจากมีรายงานว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุด คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมา คือมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีนในการลดความเสี่ยงของมะเร็งตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ (colon) ทวารหนัก คอหอย ช่องปาก เต้านม ปากเป็นต้น

สำหรับกรดนิโคตินิกในมะเขือเทศนั้น จะมีมากที่สุดในบรรดาผลไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งจะช่วยปกป้องรักษาผิวหนัง ทั้งยังช่วยให้เยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานเป็นปกติ กรดมาลิกและกรดซิตริก จะช่วยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ย่อยอาหารพวกไขมันเมื่อกินของมัน ถ้ามีอาการเลี่ยนให้กินมะเขือเทศเพราะนอกจากจะช่วยย่อยไขมันแล้ว ยังสามารถป้องกันอาการท้องอืดอาหารไม่ย่อยอีกด้วย ส่วนปริมาณของวิตามินซีในมะเขือเทศจะมากกว่าแอปเปิ้ล 2.5 เท่า มากกว่ากล้วยหอม 3 เท่า โดยปกติวิตามินซีในผักหลังจากต้มเกิน 3 นาที จะมีการสูญเสียร้อยละ 5 ถ้าต้มนาน 15 นาที จะสูญเสียถึงร้อยละ 30 แต่สำหรับในมะเขือเทศนั้น แม้จะต้มจนสุกปริมาณของวิตามินซีที่สูญเสียก็ยังน้อยกว่า ทั้งนี้เพราะมะเขือเทศมีรสเปรี้ยว และกรดเปรี้ยวนี้สามารถคุ้มครองการสูญเสียของวิตามินซีได้ จากการคำนวณพบว่า หากท่านกินมะเขือเทศวันละ 2-3ผล ปริมาณของเกลือแร่วิตามินที่มีอยู่ในมะเขือเทศก็จะเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในวันหนึ่งๆ การที่เราสามารถนำมะเขือเทศมาใช้เป็นอาหารสมุนไพรได้ เพราะมะเขือเทศมีสารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์มากมาย

*หมายเหตุ

ประโยชน์ของมะเขือเทศที่นำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาอาการหรือโรคนี้ เป็นการศึกษาของประเทศจีน ซึ่งอาจจะต้องนำมาดัดแปลง ทดลองและปฏิบัติเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ อาหารสมุนไพร ในทัศนะจีน-ตะวันตกcและคณะเภสัทมหาวิทยาลัยมหิดล

Share.