ผักป๋วยเล้ง ราชาแห่งผัก

0

ผักป๋วยเล้ง มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอาหรับ มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ถัง สมัยของพระเจ้าถังไท่จง กษัตริย์ของประเทศเนปาลได้ถวายเครื่องราชบรรณาการ โดยมีผักป๋วยเล้งอยู่ด้วย และชาวอาหรับยังเรียกผักป๋วยเล้งว่า”ราชาแห่งผัก” ในผักป๋วยเล้งมีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง

นักโภชนาการได้ทำการศึกษาและวิจัยผักป๋วยเล้งพบว่า ในผักป๋วยเล้ง 600 กรัม มีโปรตีน 12 กรัม ซี่งเทียบเท่ากับไข่ไก่ 2 ฟอง มีโปรตีนสูงกว่าหัวผักกาดขาว 2 เท่าและในผักป๋วยเล้ง 100 กรัม ยังมีวิตามินซีที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายใน 1 วัน และมีปริมาณคาโรทีนอีกทั้งวิตามินเอสูง

ผักป๋วยเล้งจึงเป็นผักที่มีคุณค่าและประโยชน์มากมาย ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางควรกินผักป๋วยเล้งผัดกับตับหมูเป็นประจำเพื่อเสริมธาตุเหล็ก ผู้ที่ชอบกินผักป๋วยเล้งจะมีผิวพรรณผุดผ่อง ทั้งยังสายตาดีเพราะได้รับวิตามินซีและเอจากผัก และยังเป็นผักที่เหมาะสำหรับเด็กและผู้ป่วย เพราะมีแร่ธาตุมากมายรวมทั้งยังมีโปรตีนอีกด้วย

 

 

ผักป๋วยเล้ง

  • สรรพคุณ: ผักป๋วยเล้งมีคุณสมบัติเย็น รสหวาน บำรุงเลือด ห้ามเลือด รักษาอาการเลือดกำเดาออก อุจาระเป็นเลือด ท้องผูก

แต่ในผักป๋วยเล้งมีกรดออกซาลิก(Oxalic acid) ที่ทำให้มีรสฝาด และทำปฏิกิริยากับแคลเซียม ทำให้เกิดเป็นตะกอน ดังนั้นในการนำผักมาประกอบอาหาร ต้องนำผักป๋วยเล้งไปลวกในน้ำเดือดเพื่อขจัดกรดออกซาลิกและวิธีนี้สามารถขจัดกรดออกซาลิกได้ถึง 80 เปอร์เซนต์ หลังจากนั้นจึงนำไปทำอาหารซึ่งผักป๋วยเล้งนี้ใช้ทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น ลวกใส่ก๋วยเตี๋ยว แกงเลียง แกงจืด ผัดแบบเดียวกับผักบุ้ง ผัดน้ำมันหอย ทำได้หลากหลายตามอัธยาศัย

 

Share.