ท้องผูก อาการและสาเหตุความผิดปกติ

0

ท้องผูก ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันแนวโน้มกลับพบในคนที่มีอายุน้อยลง อาการท้องผูกยังถือเป็นโรคยอดฮิตของหนุ่มสาววัยทำงาน ที่มักใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ หรือนั่งทำงานอยู่กับที่ทั้งวัน เครียด ดื่มน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน และการรับประทานยาบางชนิด เช่น

  • ยาระงับปวด หรือยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของโคเดอีน
  • ยาลดกรด ที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมและแคลเซียม
  • ยารักษาความดันโลหิตสูงบางชนิด (ยากลุ่มยับยั้งแคลเซียม)
  • ยารักษาโรคพาร์กินสัน
  • ยาต้านปวดเกร็ง
  • ยาต้านซึมเศร้า
  • ยาต้านการชัก
  • ยาบำรุงที่มีธาตุเหล็ก
  • ยาขับปัสสาวะ

 

อาการ ท้องผูก สาเหตุและความผิดปกติ

เมื่อเกิดภาวะ ท้องผูก คนทั่วไปมักจะหันไปพึ่งยาระบาย ประกอบกับมีความเข้าใจผิดๆว่า”ควรถ่ายอุจจาระทุกวัน” แต่ความจริงท้องผูกเป็นอาการถ่ายอุจจาระลำบาก เนื่องจากอุจจาระแห้ง แข็ง เป็นก้อนเล็กก้อนน้อยเหมือนขี้แพะ จะเห็นว่าความสำคัญของการขับถ่ายอยู่ที่สภาพของอุจจาระ มากกว่าความถี่ในการขับถ่าย ปัจจุบันวงการแพทย์ได้ค้นพบวิธีวินิจฉัยที่ได้ผลดี โดยวินิจฉัยความผิดปกติของระบบขับถ่ายด้วยการตรวจการทำงานของหูรูดทวารหนัก(Anorectal Manometry)การตรวจการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่(Colonic Manometry)และตรวจปริมาณแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้แยกสาเหตุของโรคท้องผูกได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ

  • หูรูดไม่คลายตัวขณะเบ่งอุจจาระ
  • ลำไส้ใหญ่ไม่บีบตัว
  • ปริมาณแบคทีเรียบางชนิดที่ผลิตก๊าซมีเทน ส่งผลให้เกิดภาวะท้องผูกและท้องอืด

เมื่อค้นพบสาเหตุที่เกิดความผิดปกติแล้ว สามารถรักษาที่ต้นตอของความผิดปกติได้ เช่น การฝึกเบ่งเปิดหูรูดทวารหนัก วิธีนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ถึงร้อยละ 60-70 หรือแพทย์พิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อ กำจัดเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาภาวะท้องผูกและท้องอืดได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งยาระบายอีกต่อไป

ข้อมูลจากหนังสือ 37องศา HEALTH

Share.