การฟื้นฟูสภาพ ผิวโดนแดด แผดเผา

0

ผิวโดนแดด แม้ว่าจะดูแลผิวก่อนการเผชิญแดดได้มาอย่างดี โปะครีมกันแดดป้องกันก็เอาไม่อยู่ อย่างนั้นอย่ารอช้าฟื้นฟูผิวกันขอแนะนำเคล็ดลับการฟื้นฟูผิวหน้า “ปัญหาที่ทุกคนเจอแม้จะระดมทาครีมกันแดด SPF 60 PA++ไปแล้ว แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ แดดยิ่งแรงผิวก็ยิ่งคล้ำขึ้น แถมยังไม่พอยังรู้สึกแสบ! ร้อน! แดง! จนถึงขั้นผิวลอกเป็นแผ่นๆ!

หากปล่อยไว้ไม่ดูแลอย่างเร่งด่วน จะทำให้เซลล์ผิวใหม่หลังการลอกกลายเป็นผิวหยาบกร้าน เป็นจุดหมองคล้ำ และมีริ้วรอยตามมา ให้ท่องไว้เสมอหลังโดนแดดอย่าช้าผิวสวยรอไม่ได้ ต้องทำการฟื้นฟูทันที เราลองดูวิธีฟื้นฟูปัญหาผิวหน้าไหม้แดดในเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ง่ายๆ

ผิวโดนแดด แผดเผา การฟื้นฟูสภาพ 

  • ปรับอุณหภูมิผิวหลังโดนแดดเผานั้นสำคัญ ให้ใช้ผ้าขนหนูที่แช่เย็นหรือชุบน้ำเย็นประคบตรงบริเวณที่โดนแดดเผา เน้นเป็นจุดๆ ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะทีโซนจะเป็นพื้นที่ที่โดนแสงแดดทำร้ายมากที่สุด การทำเช่นนี้เพื่อให้อุณหภูมิของผิวหผิวโดนแดด จะดีขึ้น ลดการใช้เครื่องสำอางต่างๆ ไว้ก่อน สาวๆ หลายคนพอ ผิวโดนแดด มากๆ ก็มักรู้สึกอยากจะหันไปพี่งเครื่องสำอางจำพวกขาวใสทันที แต่ระหว่างที่ผิวยังอยู่ในสภาพการโดนเผา เครื่องสำอางเหล่านี้อาจจะยิ่งซ้ำเติมรอยแผลและการฟื้นฟูผิวได้ ฉะนั้นอดใจรอให้เวลาผิวได้ปรับตัวให้ดีขึ้นก่อนจะดีกว่า
  • กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวด้วยส้ม มะนาว สับปะรด มะเขือเทศ และโยเกิร์ต ส่วนมะขามเปียกจะช่วยทำให้คราบเหงื่อไคลหลุดออกมา เป็นการทำความสะอาดผิวที่ให้ความรู้สึกหมดจด
  • กำจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพด้วยบอดี้สครับ สูตรอ่อนโยนหรือเกลือขัดผิว เพื่อเปิดทางให้เซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่า
  • ฟื้นฟูผิวเร่งด่วนด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของเอเอชเอ คอลลาเจน อีลาสตินและกรดไฮยาลูรอนิก ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ลดริ้วรอย แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่แก่ผิว
  • เยียวยาผิวด้วยการใช้โลชั่นหลังออกแดด(After Sun Lotion) โดยเฉพาะที่มีว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสม จะช่วยลดการอักเสบและจะดียิ่งขึ้นหากใช้ร่วมกับน้ำมันมะกอก เพราะช่วยลดอาการแห้งตึงของผิว ส่วนเชียบัตเตอร์หรือโกโก้บัตเตอร์ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น
  • ใช้ครีมบำรุงผิวสูตรบรรเทาผื่นแดงสำหรับผิวแพ้ง่าย เพื่อลดขนาดของรอยผื่นและสำหรับปัญหาผิวขาหยาบแห้งหร้าน เป็นผลมาจากร่างกายขาดน้ำ จึงแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ
  • ระหว่างรอให้ผิวปรับตัว ผิวโดนแดดควรงดการเข้าซาวน่า งดใช้เครื่องสำอางพวกไวเทนนิ่งและสารบำรุงผิวต่างๆ เพื่อปกป้องผิวที่บอบบาง
  • ใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื่นและให้สารอาหารผิวด้วย สเปรย์น้ำแร่

 

 

  • ไล่คราบความหมองคล้ำด้วยวิธีธรรมชาติ ขมิ้นผง น้ำผึ้ง น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว
  • สารต้านอนุมูลอิสระในชาที่ชื่อ”ฟีนอล” มีฤทธิ์ยับยั้งและป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ได้ล้ำลึกถึงดีเอ็นเอ และช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการรับรังสีอัลตราไวโอเลต
  • ผักใบเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนสารออกซินและซีแซนทิน มีคุณสมบัติช่วยป้องกันผิวจากภัยรังสียูวี
  • “ดาร์กช็อกโกแลต” มีความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดผิวอักเสบอีกทั้งยังช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวและกักเก็บความชุ่มชื้น
  • เติมอาหารธรรมชาติด้วยวิตามินเอ ซี บี2 แคลเซียม ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และกรดผลไม้ช่วยบำรุงผิว เช่น กรดซิตริก กรอทาทาริค
  • โปรตีนทั้งจากเนื้อสัตว์และเมล็ดพืชต่างๆ เช่น ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วชนิดฝัก ช่วยสร้างและซ่อมแซมผิว
  • “เซเรเนียม” มีอยู่ในธัญพืชที่ไม่ฟอกขาว ในเนื้อสัตว์ที่มีสีแดง กุ้ง ปู ข้าวกล้อง ไข่ เห็ด จึงมีคุณสมบัติในการปกป้องผิว จากการถูกแสงแดดทำลาย
  • กรดไขมันจำเป็นตระกูล”โอเมก้า 3”จากปลาทู ปลาทะเล สาหร่าย หรือในน้ำมันถั่วเหลือง ช่วยให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี และยังช่วยป้องกันผิวอักเสบด้วย
  • การดีท็อกซ์จะช่วยฟื้นฟูผิวได้เร็วขึ้น การปรับพฤติกรรมบางอย่างจึงช่วยได้ เช่น ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การแปรงผิวขณะผิวแห้ง เข้าอบซาวน่า อาบน้ำอุ่น ขัดเกลือ กินผักและผลไม้งดเนื้อสัตว์บ้าง
  • ช่วงเวลา 24.00-01.00 น.เป็นช่วงเวลาที่ฟื้นฟูเซลล์ผิวได้มากกว่าเวลาอื่นถึงสองเท่า ไนท์ครีมจะซึมซาบสู่ผิวได่อย่างลึกล้ำ ถือเป็นเคล็ดลับการบำรุงผิวให้สวยและมีประสิทธิภาพ

เพิ่มเติม ..>> ครีมกันแดด ใช้ยี่ห้อไหนดี

Share.